SMC
FVG ช่องว่างราคา กราฟทิ้งช่องไว้ทำไม แล้วกลับมาเติมหรือเปล่า
Fair Value Gap คือช่วงที่ราคาวิ่งเร็วจนเหลือช่องว่างระหว่างแท่งเทียน บทความนี้ไล่วิธีหาช่อง วิธีแยกช่องที่น่าสนใจ และจังหวะที่ควรรอก่อนเข้า
เปิดกราฟทอง XAUUSD ไทม์เฟรมไหนก็ตาม จะเจอจังหวะที่แท่งเทียนยาวพุ่งออกไปแรง ๆ แล้วมีช่องโล่งเหลือไว้ข้างหลัง ช่องนั้นแหละที่ชาว SMC เรียกว่า Fair Value Gap หรือ FVG ตัวช่องหาง่ายมาก ส่วนที่ยากคือตัดสินว่าช่องไหนควรสนใจ ช่องไหนปล่อยผ่านได้
FVG คืออะไร นับจากแท่งเทียนสามแท่ง
FVG เกิดจากแท่งเทียนสามแท่งติดกัน เราดูที่ไส้เทียนของแท่งที่ 1 กับแท่งที่ 3 ว่าทับกันหรือไม่ ถ้าไม่ทับกัน ช่วงราคาที่อยู่ระหว่างสองไส้นั้นคือช่องว่าง แท่งที่ 2 คือแท่งใหญ่ตรงกลางที่วิ่งผ่านไปเร็วจนแท่งข้างเคียงตามไม่ทัน
ลองดูตัวอย่างสมมติบนกราฟทองขาขึ้น แท่งที่ 1 ทำจุดสูงสุดที่ 4,150.0 แท่งที่ 2 เป็นแท่งเขียวยาววิ่งขึ้นไปแรง แท่งที่ 3 เปิดแล้วทำจุดต่ำสุดที่ 4,153.0 ช่วงราคา 4,150.0 ถึง 4,153.0 ไม่มีแท่งไหนเทรดทับตรงนั้นครบทั้งสามแท่ง ช่องกว้าง 3.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นี่คือ FVG ขาขึ้น (bullish FVG) ถ้าเป็นขาลงก็กลับด้าน คือไส้ต่ำสุดของแท่งที่ 1 อยู่สูงกว่าไส้สูงสุดของแท่งที่ 3
ตัวเลขข้างบนเป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ไม่ได้มาจากวันใดวันหนึ่งของตลาดจริง
เหตุผลที่คนในวงการเรียกว่า “fair value” มาจากแนวคิดที่ว่า ราคาวิ่งผ่านช่วงนั้นเร็วจนฝั่งตรงข้ามยังไม่ได้ซื้อขายครบ ตลาดจึงมักย้อนกลับมาเก็บงานที่ค้างไว้ แนวคิดนี้เป็นกรอบมองกราฟอย่างหนึ่ง ช่องจำนวนมากถูกเติมจริง แต่ก็มีช่องที่ราคาทิ้งไว้เฉย ๆ แล้ววิ่งต่อไปไกลโดยไม่หันกลับมา
วิธีหาช่องบนกราฟโดยไม่พึ่งอินดี้
ก่อนติดตั้งอินดี้ตัวไหน ควรฝึกหาด้วยตาก่อนสักสองสามวัน จะเข้าใจว่าอินดี้กำลังวาดอะไรให้
- มองหาแท่งเทียนที่ตัวใหญ่ผิดปกติเทียบกับแท่งรอบข้าง FVG เกิดตรงแท่งแบบนี้เกือบทั้งหมด
- เอานิ้วหรือเมาส์แตะที่ไส้บนสุดของแท่งก่อนหน้า (กรณีขาขึ้น) แล้วเทียบกับไส้ล่างสุดของแท่งถัดไปหลังแท่งใหญ่
- ถ้ามีช่องว่างระหว่างสองจุดนั้น ให้ตีกรอบสี่เหลี่ยมคลุมช่วงราคานั้นไว้ ขอบบนกับขอบล่างของกรอบคือราคาที่ต้องจดไว้
- ลากกรอบยืดไปทางขวา แล้วสังเกตว่าราคากลับมาแตะเมื่อไหร่
พอหาเป็นแล้ว อินดี้อย่าง Fair Value Gap หรือ Smart Money Concepts ของ LuxAlgo บน TradingView จะช่วยวาดกรอบให้อัตโนมัติ และมีตัวกรอง threshold คัดช่องเล็กที่แทบไม่มีความหมายออกให้ ซึ่งบนทองที่ผันผวนมากแบบนี้ช่องจิ๋วเกิดถี่เกินกว่าจะไล่ดูทุกอัน
ช่องเติมแล้วกับยังไม่เติม ต่างกันตรงไหน
เมื่อราคากลับมาวิ่งเข้าช่อง เรียกว่า mitigation หรือการเติมช่อง สถานะของช่องมีสามแบบที่ควรแยกให้ออก
ช่องที่ยังไม่เติม คือราคายังไม่เคยกลับมาแตะเลย ยังเป็นโซนที่น่าจับตาที่สุด ช่องที่เติมบางส่วน คือราคาแตะเข้ามาแล้วถอยออก อาจยังตอบสนองได้อีกครั้ง แต่หลักฐานอ่อนลงกว่าตอนแรก ช่องที่เติมทะลุทั้งช่อง คือราคาวิ่งผ่านจากขอบหนึ่งไปอีกขอบหนึ่งแล้ว ให้ถือว่าหมดหน้าที่ เลิกนับ
เรื่องนี้ละเอียดอ่อนกว่าที่คิด เพราะอินดี้บางตัวเปลี่ยนสีหรือลบกล่องเมื่อไส้เทียนแตะขอบช่อง บางตัวรอให้ราคาปิดทะลุ ก่อนเทรดควรเปิดหน้า Settings ดูว่าตัวที่ใช้นับ mitigation แบบไหน ไม่งั้นเราอาจเข้าใจผิดว่าช่องยังสดอยู่ทั้งที่ถูกกินไปแล้ว
แยกช่องที่น่าสนใจออกจากช่องที่ปล่อยผ่านได้
อินดี้วาดช่องให้เยอะกว่าที่ควรเทรดมาก ตัวกรองที่ใช้กันมีสี่ข้อ
ข้อแรก ดูไทม์เฟรม ช่องบน H4 หรือ H1 มีน้ำหนักกว่าช่องบน M5 เพราะครอบคลุมช่วงราคากว้างและคนมองเห็นเยอะกว่า อินดี้หลายตัวมีช่อง Timeframe ให้ดึงกล่องของไทม์เฟรมใหญ่มาวางทับกราฟเล็ก จุดที่ FVG ใหญ่ทับกับ FVG เล็กเรียกว่าโซน confluence
ข้อสอง ดูทิศของไบแอส ถ้า H4 กำลังเป็นขาลง ช่อง bearish ที่อยู่ข้างบนราคามีเหตุผลให้รอมากกว่าช่อง bullish ข้างล่าง ซึ่งอาจเป็นแค่จุดพักก่อนราคาลงต่อ
ข้อสาม ดูว่าช่องเกิดจากแรงผลักจริงหรือไม่ คือแท่งกลางต้องใหญ่ชัดเจน (displacement) พร้อมทำให้เกิด BOS หรือ CHoCH ตามมา ช่องที่เกิดจากแท่งเล็กต่อกันสามแท่งแทบไม่บอกอะไร
ข้อสี่ ดูตำแหน่งในช่วงราคา ฝั่งซื้อควรอยู่ในโซน Discount (ครึ่งล่างของช่วงที่กำลังดู) และฝั่งขายควรอยู่ในโซน Premium ถ้าช่อง bullish ไปอยู่ที่ยอดของช่วงราคา โอกาสที่มันเป็นจุดส่งต่อของแรงซื้อชุดสุดท้ายก็มีไม่น้อย
จังหวะที่ควรรอก่อนเข้า
คนที่เพิ่งรู้จัก FVG มักทำผิดแบบเดียวกัน คือเห็นกรอบแล้ววางคำสั่งรอไว้ที่กรอบเลย ทั้งที่ราคาแตะช่องแล้วทะลุผ่านก็ได้ เราจึงแนะนำให้รอเงื่อนไขเพิ่ม ลำดับที่ใช้ในเด็ค SMC/ICT เล่ม 1 มีสี่ขั้น
ขั้นแรก หาไบแอสจาก H4 หรือ H1 ว่าฝั่งไหนมีน้ำหนัก ขั้นสอง ดูว่าราคากวาดสภาพคล่อง (liquidity) ไปแล้วหรือยัง คือทะลุยอดหรือก้นเก่าแล้วปิดกลับเข้ามา ขั้นสาม รอให้ราคาย้อนกลับเข้า FVG ของไทม์เฟรมใหญ่ที่ยังไม่เติม แล้วดูปฏิกิริยา เช่น แท่งกลับตัว หรือแรงผลักออกจากช่อง ขั้นสี่ กำหนดจุดตัดขาดทุนไว้หลังขอบกล่อง ให้กว้างพอกับความผันผวนของทอง แล้วคุมขนาดไม้ตามนั้น
ลองนึกภาพสถานการณ์ H1 เป็นขาขึ้น ราคาย่อลงมาในช่วง London แล้วกวาดต่ำกว่าก้นของ Asia ไปนิดหนึ่ง จากนั้นปิดกลับขึ้นมา บน M15 เกิดแท่งเขียวยาวที่ทิ้ง FVG ไว้ข้างหลัง ถ้าราคาย่อกลับมาแตะขอบบนของช่องนี้ แล้วเกิดแท่งกลับตัวขึ้น เรามีเหตุผลให้พิจารณาซื้อ โดยวาง SL ไว้ใต้ไส้ที่ถูกกวาด ถ้าราคาทะลุลงมาใต้ช่องแล้วปิดอยู่ข้างล่าง ภาพนั้นพังไปแล้ว ออกได้โดยไม่ต้องหาเหตุผลมาแก้ตัว
ตอนที่ FVG ใช้ไม่ได้ผล
มีสถานการณ์ที่เราควรลดความเชื่อถือกับ FVG เป็นพิเศษ ช่วงข่าวแรง เช่น ตัวเลขจากสหรัฐหรือการประชุมธนาคารกลาง ราคาทองกระโดดจนเกิดช่องถี่และกว้าง ช่องเหล่านี้เกิดจากการเทรดที่ไร้สภาพคล่องชั่วขณะ มากกว่าจะเป็นรอยของออเดอร์ก้อนใหญ่ที่เราวางแผนตามได้ ราคาอาจวิ่งทะลุช่องไปหลายตัวติดโดยไม่มีปฏิกิริยา
อีกกรณีคือเทรนด์แรงมาก ราคาไล่ขึ้นทีเดียวหลายร้อยจุดโดยไม่ย่อ ช่องที่ทิ้งไว้ข้างหลังไม่ถูกเติมเลย คนที่รอเข้าที่ช่องก็ไม่ได้ไม้ ซึ่งเป็นต้นทุนที่ต้องยอมรับ การไล่ตามราคาเพราะกลัวตกรถแย่กว่าการพลาดไม้หนึ่ง
และเรื่องที่ต้องพูดตรง ๆ คือ FVG ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าราคาจะกลับมา กล่องที่เราวาดหลังเหตุการณ์เสร็จทุกอัน ดูสวยในภาพย้อนหลังเสมอ เพราะเราเลือกวาดเฉพาะอันที่ราคาตอบสนอง ไม่ได้วาดอันที่ราคาทะลุผ่านเฉย ๆ ลองไล่ย้อนกราฟทองสักสัปดาห์ นับทุกช่อง H1 ที่เกิดขึ้น แล้วจดว่ากี่ช่องที่ราคากลับมาแตะ กี่ช่องที่ทะลุ จะได้ภาพที่ตรงกว่าตัวอย่างในหนังสือใดทั้งนั้น
เช็คลิสต์สั้นก่อนใช้ FVG เป็นโซนเข้า
- ช่องอยู่ไทม์เฟรม H1 ขึ้นไป หรืออย่างน้อยทับกับช่องของไทม์เฟรมใหญ่
- ช่องยังไม่ถูกเติมทะลุ
- ทิศของช่องตรงกับไบแอส H4 หรือ H1
- แท่งที่สร้างช่องเป็นแท่งแรงจริง และเกิด BOS หรือ CHoCH ตามมา
- มี sweep สภาพคล่องเกิดขึ้นก่อนราคากลับเข้ามา
- รู้ราคา SL และขนาดไม้ก่อนกดเข้า
ถ้าข้อใดไม่ครบ ปล่อยผ่านได้
ถ้าอยากเห็นขั้นตอนตั้งค่าอินดี้ FVG ทีละหน้าจอ พร้อมกราฟ XAUUSD จริงที่ไล่ให้ดูช่องที่เติมแล้ว ช่องที่ยังไม่เติม และช่องไทม์เฟรมใหญ่ที่ทับกัน เรารวมไว้ในคู่มือเล่ม 1 SMC/ICT บน TradingView แล้ว เล่มนี้ตั้งใจให้ทำตามได้บนแพ็กฟรีของ TradingView
บทความนี้เป็นเนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำซื้อขาย การเทรดทองด้วย leverage มีความเสี่ยงสูง ควรทดลองบนบัญชีเดโมก่อน
การเทรด CFD และผลิตภัณฑ์ที่มี leverage มีความเสี่ยงสูง อาจเสียเงินทุนทั้งหมด เนื้อหานี้เป็นสื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน